ซูเราะฮฺก็อดรฺ

ซูเราะฮฺก็อดรฺถูกประทานที่มักกะฮฺ มีทั้งสิ้น ๕ โองการ

ความประเสริฐของซูเราะฮฺ ชื่อของซูเราะฮฺเป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าซูเราะฮฺนี้ได้ถูกประทานลงมาในค่ำคืนก็อดรฺ (ค่ำคืนแห่งอานุภาพ) ที่มีความประเสริฐกว่าเดือนถึงหนึ่งพันเดือนเพราะว่าในคืนนี้จะมีมลาอิกะฮฺ และรูห์ลงมา ซูเราะฮฺอัลก็อดฺรสามารถกล่าวได้ว่าเป็นมักกียะฮฺ และมะดะนียะฮฺ เนื่องจากว่ามีริวายะฮฺ

จากอหฺลุลบัยตฺ (อ.)มากมายที่กล่าวถึงสาเหตุของการประทานซูเราะฮฺดังกล่าว ซึ่งริวายะฮฺเหล่านั้นได้สนับสนุนการเป็นมะดะนียะฮฺของซูเราะฮฺ  ริวายะฮฺกล่าวว่า ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้ฝันเห็นว่า บนีอุมัยยะฮฺอยู่บนมินบัรฺของท่าน ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) รู้สึกเศร้าและเสียใจเป็นอย่างยิ่ง อัลลอฮฺ (ซบ.) จึงได้ประทานซูเราะฮฺดังกล่าวลงมาเพื่อเป็นการปลอบใจ (กล่าวว่า ค่ำคืนแห่งอานุภาพมีความประเสริฐและยิ่งใหญ่กว่าหนึ่งพันเดือนแห่งการปกครองของอุมัยยะฮฺ) หลังจากนั้นได้อธิบายความสำคัญของค่ำคืนแห่งอานุภาพ ความจำเริญและผลสะท้อนของมัน

ความประเสริฐของการอ่านซูเราะฮฺนี้ ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “บุคคลใดอ่านซูเราะฮฺนี้ เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับผู้ที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน และดำรงอิบาดะฮฺในค่ำคืนอานุภาพตลอดทั้งคืน”

เป็นที่แน่ชัดว่าผลบุญที่ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวนั้นหมายถึงผู้ที่อ่านอัล-กุรอานด้วยกับความเข้าใจ พร้อมทั้งได้ปฏิบัติตามอัล-กุรอาน ให้เกียรติ และนำเอาโองการต่างๆ ของอัล-กุรอานมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

بِِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ

ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงปรานียิ่ง

إِنَّا أَنزَلْنَاهُ فِي لَيْلَةِ الْقَدْرِ

ความว่า “แท้จริงเราได้ประทานอัล-กุรอานลงมาในค่ำคืนก็อดร์”

คือเราได้ประทานอัลกุรอานที่เป็นมหัศจรรย์ลงมาในคืนแห่งการกำหนด และชี้ขาดกิจการต่าง ๆ และเป็นคืนอันมหาประเสริฐ ความหมายของการประทานอัลกุรอานลงมา คือการประทานลงมาจากอัลลูหฺอัลมะฮฺฟูซ สู่ชั้นฟ้าแห่งโลกดุนยา คือบัยตุลอิซซะฮฺ จากนั้นญิบรีล อะลัยฮิสสลามจะเป็นผู้นำมาให้แก่ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้วแต่วาระเหตุการณ์เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น ๒๓ ปี

โองการแรกของซูเราะฮฺก็อดร์ ได้กล่าวว่า “เราได้ประทานอัล-กุรอานลงมาในค่ำคืนก็อดร์”

การใช้รูปประโยคว่า إِنَّا أَنزَلْنَاهُ  (เราได้ประทานอัล-กุรอานลงมา)ได้บ่งชี้ถึงความยิ่งใหญ่ของคัมภีร์แห่งฟากฟ้าเล่มนี้ เพราะอัลลอฮฺได้นำเอาการประทานอัล-กุรอานไปเกี่ยวข้องกับพระองค์

คำสรรพนาม  ه  (เขา)ในโองการได้ย้อนกลับไปหาอัล-กุรอาน ต้องการบอกถึงการประทาน อัล-กุรอาน ซึ่งการประทานนั้นมีสองลักษณะกล่าวคือ การประทานอัล-กุรอานทั้งหมดในค่ำคืนแห่งอานุภาพ มิใช่บางส่วน  สิ่งที่สนับสนุนคำกล่าวนี้คือ อัล-กุรอานได้ใช้คำว่า  انزال  หมายถึงการลงในครั้งเดียว หรือคราวเดียวกันทั้งหมด ซึ่งอัล-กุรอานไม่ได้ใช้คำว่า  تنزيل   ซึ่งหมายถึงการทยอยลงมาจนหมด โองการที่สนับสนุนความหมายดังกล่าวคือโองการที่กล่าวว่า  

وَالْكِتَابِ الْمُبِينِ إِنَّا أَنزَلْنَاهُ فِي لَيْلَةٍ مُّبَارَكَةٍ

“ขอสาบานด้วยคัมภีร์อันชัดแจ้ง แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาในคืนอันจำเริญ” (ดุคอน :๓) จะพบว่าโองการได้กล่าวอย่างเฉียบพลันว่า พระองค์ได้ประทานคัมภีร์ทั้งหมดลงมาในคืนนั้น เพราะพระองค์ได้กล่าวสาบานต่อคัมภีร์ทั้งหมด หลังจากนั้น ได้กล่าวว่าคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่เราได้กล่าวสาบานด้วยนั้น เราได้ประทานลงมา ทั้งหมดในค่ำคืนที่จำเริญและทรงเกียรติ   

อีกประเภทหนึ่งของการประทานคือ การทยอยลงมาตลอด ๒๓ ปี (ตัดรีญี) อัล-กุรอานกล่าวว่า   

وَقُرْآناً فَرَقْنَاهُ لِتَقْرَأَهُ عَلَى النَّاسِ عَلَى مُكْثٍ وَنَزَّلْنَاهُ تَنزِيلاً

 “อัลกุรอาน เราได้แยกไว้อย่างชัดเจนเพื่อเจ้าจะได้อ่านแก่มนุษย์อย่างช้าๆ และเราได้ประทานกุรอานลงมาเป็นขั้นตอน”(อิสรอ/๑๐๖)

وَقَالَ الَّذِينَ كَفَرُوا لَوْلَا نُزِّلَ عَلَيْهِ الْقُرْآنُ جُمْلَةًوَاحِدَةً كَذَلِكَ لِنُثَبِّتَ بِهِ فُؤَادَكَ وَرَتَّلْنَاهُ تَرْتِيلًا.

อีโองการหนึ่งกล่าวว่า   “และบรรดาผู้ปฏิเสธกล่าวว่า ทำไมอัล-กุรอานทั้งหมดจึงไม่ถูกประทานลงมาแก่เขา (แน่นอนเราไม่ได้ประทานในครั้งเดียว)   เพื่อเราจะทำให้หัวใจของเจ้ามั่นคงและหนักแน่น และ(ด้วยเหตุนี้เอง) เราได้จัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย”

 ทั้งสองโองการได้กล่าวถึงการประทานอัล-กุรอานลงมาอย่างต่อเนื่องหมายถึงการทยอยลงมาอย่างเป็นขั้นตอน แต่โองการอัล-กุรอานที่กล่าวมาไม่ได้อธิบายว่า ค่ำคืนแห่อานุภาพเป็นอย่างไร เพียงแค่อธิบายว่าอัล-กุรอานทั้งหมดได้ถูกประทานลงมาในเดือนรอมฎอนดังเช่นที่กลว่าว่า  "เดือนรอมฎอนเป็นเดือนซึ่งอัล-กุรอานได้ถูกประทานลงมา"   شَهْرُ رَمَضَانَ الَّذِيَ أُنزِلَ فِيهِ الْقُرْآنُ     (บะก่อเราะฮฺ/๑๘๕)

  สิ่งที่เข้าใจได้จากโองการที่กล่าวมาคือ ค่ำคืนแห่งอานุภาพเป็นหนึ่งในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน แต่ว่าเป็นคืนไหนอัล- กุรอานมิได้กล่าวถึง  ซึ่งสามารถเข้าใจได้จากริวายะฮฺเท่านั้น

อีกนัยหนึ่งสามารถกล่าวได้ว่า กุรอานทั้งหมดได้ถูกประทานลงมาในเดือนรอมฎอนตามความหมายของโองการข้างต้น

ซูเราะฮฺก็อดร์ได้กล่าวว่า เฉพาะค่ำที่อัล-กุรอานได้ถูกประทานลงมาเป็น ลัยละตุลก็อดร์ ซึ่งจุดประสงค์ของก็อดร์ หมายถึงการลิขิต การกำหนด หรือขนาด ดังนั้นลัยละตุลก็อดร์ จึงหมายถึงค่ำคืนแห่งการลิขิต หรือการกำหนดสภาวะ หมายถึงอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงลิขิตชะตาชีวิต และเหตุการณ์ต่างๆ สำหรับมนุษย์จากลัยละตุลก็อดร์ของปีนี้ ไปจนถึงลัยละตุลก็อดร์ของปีหน้า ไม่ว่าจะเป็นการดำรงชีพ ความตาย ปัจจัยยังชีพ ความสุข การทดสอบและสิ่งอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน

ซูเราะฮฺดุคอนอธิบายคุณลักษณะของค่ำคืนแห่งอานุภาพไว้ว่าดังนี้ว่า 

فِيهَا يُفْرَقُ كُلُّ أَمْرٍ حَكِيمٍ  أَمْرًا مِّنْ عِندِنَا إِنَّا كُنَّا مُرْسِلِينَ  رَحْمَةً مِّن رَّبِّكَ

“ในคืนนั้นทุก ๆภารกิจที่สำคัญถูกจำแนกไว้ด้วยวิทยปัญญา เป็นบัญชาที่มาจากเรา แท้จริงเราเป็นผู้ส่งมา(มุฮัมมัด)  ซึ่งเป็นความเมตตามาจากพระผู้อภิบาลของเจ้า” (ดุคอน ๓-๖)

ซึ่งคำว่า  فَرَقَ  นั้นหมายถึง การจำแนก หรือการกำหนดคุณลักษณะที่แน่นอนของๆ สองสิ่งออกจากกัน ฉะนั้นการจำแนกทุกๆบัญชาที่เป็นวิทยปัญญานั้นไม่สามารถให้ความหมายเป็นอย่างอื่นได้ นอกเสียจากว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นต้องถูกลิขิตและถูกกำหนดขนาดที่แน่นอนเอาไว้ ซึ่งสามารถเข้าใจได้ว่า ลัยละตุลก็อดร์ นั้นต้องเป็นคืนที่อัล-กุรอานถูกประทานลงมาอย่างแน่นอน แต่ไม่ได้หมายความว่าปีที่คืนของมันไม่มีอัล-กุรอานประทานลงมาจะไม่ใช่ลัยละตุลก็อดร์ เพราะเมื่อปีมีการเวียนซ้ำ ลัยละตุลก็อดร์ ก็มีการเวียนซ้ำเช่นกัน ฉะนั้นทุกๆเดือนรอมฎอนของทุกๆปีจันทรคติจึงต้องมี ลัยละตุลก็อดร์ ซึ่งภายในคืนนั้นได้มีการกำหนดภารกิจต่างๆที่สำคัญเอาไว้ จนกว่าจะถึงลัยละตุลก็อดร์ของปี แต่สิ่งนี้จะมีความเป็นไปได้แค่ไหน เพราะสิบสี่ศตวรรษที่ผ่านมา เฉพาะลัยละตุลก็อดร์เดียวเท่านั้นที่อัล- กุรอานถูกประทานลงมา ขณะเดียวกันคำพูดที่ว่าในคืนนั้นทุกๆภารกิจที่สำคัญของศตวรรษนั้น และของอนาคตได้ถูกกำหนดไว้แล้วทั้งหมดจะมีความหมายอย่างไร นอกเหนือจากนี้คำว่า  يفرق ยังเป็นกริยาของปัจจุบันกาล ที่บ่งบอกถึงความต่อเนื่องของงาน และซูเราะฮฺก็อดรฺเองได้กล่าวว่า ลัยละตุลก็อดร์ประเสริฐกว่าเดือนถึง ๑๐๐๐ เดือน มลาอิกะฮฺจะลงมาในค่ำคืนนั้น ซึ่งคำพูดนี้เป็นการสนับสนุนทรรศนะดังกล่าวให้มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น

บางทรรศนะกล่าวว่า ลัยละตุลก็อดร์ เป็นหนึ่งในสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน เป็นคืนที่อัล-กุรอานได้ถูกประทานลงมา และมันได้ผ่านไปแล้วโดยจะไม่มีการเวียนกลับมาอีก (ตับซีรฺ กุรฺฏุบี เล่มที่ ๒๐ หน้าที่ ๑๓๕)

บางทรรศนะกล่าวว่า ตราบเท่าที่ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) มีชีวิตอยู่ลัยละตุลก็อดร์ได้เวียนซ้ำทุกปี แต่หลังจากท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้ดับขันธ์ไปแล้วอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงถอดถอนลัยละตุลก็อดร์ออกไป (ตับซีรฺมัจมะอุ้ลบะยาน เล่มที่ ๑๐ หน้าที่ ๕๑๘)

นักตับซีรฺบางท่านกล่าวว่า ลัยละตุลก็อดร์ เป็นค่ำคืนที่ถูกกำหนดไว้อย่างแน่นอนตลอดทั้งปีมิใช่เฉพาะเดือนรอมฎอน (ตับซีรฺ กุรฺฏุบี เล่มที่  ๒๐ หน้าที่ ๑๓๕)

บางท่านกล่าวว่า ลัยละตุลก็อดร์ เป็นค่ำคืนที่ปรากฏทุกๆ ปี เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นคืนหนึ่งคืนไหนเท่านั้น ในปีของการแต่งตั้ง (บิอฺษัต) ลัยละตุลก็อดร์ ตรงกับเดือนรอมฎอน ส่วนในปีอื่นลัยละตุลก็อดร์ อาจตรงกับเดือนอื่นเช่น ตรงกับเดือนชะอฺบาน หรือเดือนซุลเกาะอฺดะฮฺ ( ตับซีรฺรูหุลมะอานี เล่มที่ ๓๐ หน้าที่๑๙๐)

บางท่านกล่าวว่า คำว่า ก็อดรฺ (قدر) หมายถึงฐานันดร ฉะนั้นถ้าคืนแห่งการประทานอัล-กุรอานคือลัยละตุลก็อดร์แล้วละก็นั่นหมายถึงการให้ความสำคัญแก่ค่ำคืน ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติและเป็นฐานันดรอันสูงส่งของค่ำคืนดังกล่าว และถือว่าเป็นความพิเศษสำหรับผู้ที่ปฏิบัติอิบาดะฮฺในคืนนั้น (ตับซีรฺมัจมะอุลบะยานเล่มที่ ๑๐ หน้าที่ ๕๑๘)

บางท่านกล่าวว่า คำว่า ก็อดรฺ (قدر) หมายถึงความคับแคบ ดังนั้นที่เรียกว่า ลัยละตุลก็อดร์ เพราะว่าในคืนดังกล่าวจะมีมลาอิกะฮฺ ลงมาบนโลกทำเกิดความคับแคบไปหมด. (มัจมะอุลบะยาน เล่มที่ ๑๐ หน้าที่ ๕๑๘)

บทสรุปที่ได้จากการวิพากษ์ดังกล่าวคือ ลัยละตุลก็อดร์ เป็นค่ำคืนหนึ่งของเดือนรอมฎอนของทุกๆปี ซึ่งในแต่ละปีภารกิจที่สำคัญต่างๆ จะถูกกำหนดขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ถูกกำหนดขึ้นแล้วจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ด้วยองค์ประกอบภายนอก ซึ่งถือว่าไม่มีความขัดแย้งกันแม้แต่นิดเดียวเพราะว่าขบวนการที่ทำให้เกิดการลิขิตเป็นสิ่งหนึ่ง ส่วนการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ถูกลิขิตแล้วเป็นอีกสิ่งหนึ่ง เช่นกันถือว่าไม่มีความขัดแย้งกันถ้าสิ่งที่ถูกลิขิตไว้ในเลาหุลมะหฺฟูด จะถูกเปลี่ยนแปลงไปตามพระสงค์ของอัลลอฮฺ (ซบ.) ดังที่อัล-กุรอานกล่าว่า

يَمْحُو اللّهُ مَا يَشَاءُ وَيُثْبِتُ وَعِندَهُ أُمُّ الْكِتَابِ  

 “อัลลอฮฺทรงขจัดสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงให้คงอยู่ ณ พระองค์คือ แม่แบบของคัมภีร์ (อัรฺ-เราะอฺดุ ๓๙)

นอกเหนือจากนี้แล้วการเกิดของสิ่งที่ถูกกำหนดไว้ย่อมเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งบางภารกิจมีเงื่อนไขในการเกิดแต่บางภารกิจนั้นไม่มี  ตรงนี้อาจเป็นไปได้ว่าในลัยละตุลก็อดร์นั้น บางขั้นตอนของการเกิดอาจถูกลิขิตไว้แล้ว และอีกบางขั้นตอนอาจเป็นไปในเวลาอื่นที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามมีริวายะฮฺอีกมากมายมีความขัดแย้งกับสิ่งที่กล่าวมา

ซูเราะฮฺดังกล่าวได้ถูกประทานลงมาในค่ำคืนแห่งอานุภาพ หมายถึงค่ำคืนที่ กฏเกณฑ์และชะตากรรมของมนุษย์ในอีกหนึ่งปีข้างหน้าได้ถูกกำหนดขึ้นในค่ำคืนนี้ และสิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่บ่งบอกว่าอัล-กุรอานมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์**

เมื่อนำเอาโองการดังกล่าวข้างต้นมาเทียบเคียงกับโองการในซูเราะฮฺบะก่อเราะฮฺ ได้บทสรุปว่า ค่ำคืนแห่งอานุภาพ (ลัยละตุลก็อดร์) นั้นได้ปรากฏในเดือนรอมฎอนอย่างแน่นอน แต่จะเป็นค่ำคืนไหนของเดือน ?

โองการอัล-กุรอานไม่ได้บอกโดยตรงว่า ค่ำคืนแห่งอานุภาพนั้นเป็นคืนไหน แต่เราสามรถเข้าใจได้จากริวายะฮฺของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ซึ่งริวายะฮฺได้กล่าวว่า ค่ำคืนแห่งอานุภาพนั้นอยู่ในช่วงสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน (๒๑-๓๐) แต่ริวายะฮฺส่วนมากที่เชื่อถือได้โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ได้กล่าวว่า ค่ำคืนแห่งอานูภาพนั้นเป็นค่ำคืนที่ยิ่สิบสามของเดือน

ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า “การเสนอข้อกำหนดต่างๆ ได้มีขึ้นในค่ำที่ ๑๙ การตัดสินข้อกำหนดเหล่านั้นได้มีขึ้นในค่ำที่ ๒๑ ส่วนการเซ็นรับรองได้มีขึ้นในค่ำที่ ๒๓”

จึงสรุปได้ว่าริวายะฮฺส่วนใหญ่เห็นพร้องตรงกันว่า ค่ำคืนแห่งอานุภาพนั้นตรงกับค่ำที่ ๒๓ ของเดือนรอมฎอน

وَمَا أَدْرَاكَ مَا لَيْلَةُ الْقَدْرِ  

ความว่า “เจ้ารู้ไหม คืนอัลก็อดร์ นั้นคืออะไร”

โองการนี้อธิบายถึงความยิ่งใหญ่ของค่ำคืนแห่งอานุภาพจึงได้ถามว่า “เจ้ารู้ไหม คืนอัลก็อดร์ นั้นคืออะไร”เป็นการเน้นถึงความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงของค่ำคืนนี้ แม้กระทั่งท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ผู้มีความรู้อย่างกว้างขวางก่อนที่โองการดังกล่าวจะถูกประทานลงมาท่านยังไม่ทราบเลยว่าค่ำคืนดังกล่าวเป็นค่ำคืนอะไร และมีความยิ่งใหญ่ขนาดไหน ประโยคข้างต้นเป็นการเป็นเน้นย้ำถึง ความยิ่งใหญ่ของ ก็อดรฺ พร้อมทั้งความประเสริฐและฐานันดรของมัน เพราะเป็นไปได้ที่จะใช้สรรพนามแทนชื่อเช่นกล่าวว่า    و ما ادريك ما هى، هى خير من الف شهر

 แต่พระองค์กับกล่าวเรียกชื่อลัยละตุลก็อดร์ซ้ำว่า

وَمَا أَدْرَاكَ مَا لَيْلَةُ الْقَدْر  لَيْلَةُ الْقَدْرِ خَيْرٌ مِّنْ أَلْفِ شَهْرٍ   

 ความว่า “เจ้ารู้ไหม คืนอัลก็อดร์ นั้นคืออะไร คืนอัลก็อดรฺนั้นดีกว่าเดือนถึงหนึ่งพันเดือน”

อัล-กุรอานได้ตอบคำถามของอัล-กุรอานโดยทันที่ว่าคืนดังกล่าวนั้นมีความประเสริฐกว่าเดือนถึงหนึ่งพันเดือน จุดประสงค์ที่กล่าวว่า ดีกว่าหนึ่งพันเดือน บรรดานักตับซีรฺ(ผู้อธิบายอัล-กุรอาน) ต่างกล่าวว่า หมายถึงความประเสริฐของการปฏิบัติอิาดะฮฺ ซึ่งคำอธิบายดังกล่าวนี้ตรงกับจุดมุ่งหมายของอัล-กุรอานเช่นกันเพราะสิ่งที่อัล-กุรอานประสงค์คือการชี้นำมนุษย์ไปสู่ความใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้า และด้วยกับการดำรงอิบาดะฮฺตลอดทั้งคืนนั้น ดีกว่าการดำรงอิบาดะฮฺถึงหนึ่งพันเดือนในเดือนอื่น ดังที่อัล-กุรอานซูเราะฮฺดุคอนได้กล่าวว่า إِنَّا أَنزَلْنَاهُ فِي لَيْلَةٍ مُّبَارَكَةٍ “แท้จริงเราได้ประทานอัล-กุรอานลงมาในค่ำคืนทีจำเริญ”ประกอบกับริวายะฮฺทั้งสุนีและชีอะฮฺได้กล่าวถึงคุณค่า และความประเสริฐของการอิบาดะฮฺในค่ำคืนนี้ไว้อย่างมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งสนับสนุนคำพูดได้อย่างดี

นอกเหนือจากนี้แล้วการประทานอัล-กุรอานในคืนนี้ การประทานความจำเริญ ความเมตตา และความโปรดปรานของพระองค์ในคืนนี้ยังเป็นเหตุผลสนับสนุนได้อย่างดี และเป็นสาเหตุทำให้ค่ำคืนนี้มีความประเสริฐกว่าเดือนอื่นๆ ถึงหนึ่งพันเดือน

บางตับซีรฺกล่าวว่าท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “ได้มีทหารของบนีอิสรออีลสวมใส่ชุดทำศึกสงคราม และพวกเขาไม่ถอดชุดนั้นเลยนานถึง ๑๐๐๐ เดือนซึ่งพวกเขาได้ทำสงคราม (หรือเตรียมพร้อม) เพื่อพระผู้เป็นเจ้า บรรดาศ่อฮาบะฮฺของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ตื่นเต้นมากพวกเขามีความรู้สึกว่าอยากเป็นเช่นนั้นบ้าง และมีความหวังว่าวันหนึ่งความประเสริฐนั้นคงตกมาถึงพวกเขาบ้าง ทันใดนั้นโองการซูเราะฮฺก็อดร์ก็ถูกประทานลงมาและบอกกับพวกเขาว่า “คืนอัลก็อดรฺนั้นดีกว่าเดือนถึงหนึ่งพันเดือน”

تَنَزَّلُ الْمَلَائِكَةُ وَالرُّوحُ فِيهَا بِإِذْنِ رَبِّهِم مِّن كُلِّ أَمْرٍ  

ความว่า “บรรดามะลาอิกะฮฺและอัรฺรูห์จะลงมาในคืนนี้ โดยอนุมัติแห่งพระผู้อภิบาลของพวกเขาเนื่องจากทุกกิจการ”

คำว่า  تنزلรากเดิมคือคำว่า تتنزل  เป็นกริยาปัจจุบันกาลบ่งบอกถึงความต่อเนื่องหมายถึงค่ำคืนแห่งอานุภาพไม่ได้เฉพาะเจาะจงอยู่แค่สมัยของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และสมัยของการประทานอัล-กุรอานเท่านั้น แต่หมายถึงความต่อเนื่องและการเกิดขึ้นตลอดไปของค่ำคืนแห่งอานุภาพในทุกๆ ปี  

จุดประสงค์ของรูห์ (روح)  คือรูห์ที่มาจาก (عالم امر) โลกแห่งพระบัญชา อัลลอฮฺทรงกล่าวถึงรูห์ว่า

 قُلِ الرُّوحُ مِنْ أَمْرِ رَبِّي  “จงบอกเถิดว่า รูห์นั้นมาจากพระบัญชาของพระผู้อภิบาลของฉัน”(อิสรอ/๘๕) รูห์เป็นสิ่งถูกสร้างที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติสูงกว่าบรรดามลาอิกะฮฺทั้งหลาย หะดีษได้กล่าวว่ามีผู้ถามท่านอิมามซอดิก (อ.) ว่า รูห์ในที่นี้หมายถึงญิบรออีลใช่ไหม ?

ท่านอิมามซอดิก (อ.) ตอบว่า “ญิบรออีลนั้นเป็นหนึ่งในมวลมลาอิกะฮฺ ส่วนรูห์นั้นมีความยิ่งใหญ่กว่ามลาอิกะฮฺ อัลลอฮฺมิได้ตรัสหรือว่า เราได้ประทานมลาอิกะฮฺและรูห์ลงมา”                                 

จุดประสงค์ของคำว่า مِّن كُلِّ أَمْرٍ หมายถึงมลาอิกะฮฺได้ลงมาเพื่อกำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ และนำเอาสิ่งที่ดีพร้อมทั้งความจำเริญของค่ำคืนนั้นมามาให้มนุษย์ ซึ่งจุดประสงค์ที่บรรดามลาอิกะฮฺลงมาก็เพื่อปฏิบัติในภารกิจดังกล่าว

سَلَامٌ هِيَ حَتَّى مَطْلَعِ الْفَجْرِ  

ความว่า “คืนนั้นมีความศานติจนกระทั่งรุ่งอรุณ”

ในค่ำคืนนี้อัล-กุรอานได้ถูกประทานลงมา การอิบาดะฮฺตลอดทั้งคืนมีคุณค่าเท่ากับเดือนถึงหนึ่งพันเดือน คุณความดีทั้งหลาย และความจำเริญแห่งพระผู้เป็นเจ้ายังได้ถูกประทานมาในค่ำคืนนี้ ฉะนั้นนอกจากความเมตตากรุณาอันเฉพาะเจาะจงของพระองค์ที่แผ่ปกคลุมเหนือปวงบ่าวทั้งหลายแล้ว มวลมลาอิกะฮฺและรูห์ ยังได้ลงมาในค่ำคืนนี้อีกต่างหาก

ด้วยเหตุนี้ค่ำคืนแห่งอานุภาจึงเป็นคืนที่มีความสันติและความจำเริญและเปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตาตั้งแต่ตอนหัวค่ำจนถึงรุ่งอรุณของวันใหม่ ริวายะฮฺบางบทได้กล่าวว่าในค่ำคืนนี้ชัยฏอนจะถูกจับมัด อีกด้านหนึ่งเป็นคืนที่มีความสมบูรณ์ควบคู่กับสันติ

สรุปสิ่งที่ได้จากโองการ คือ อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงกล่าวถึง คุณค่าและความดีของคืนอัลก็อดรฺไว้ ๓ประการด้วยกันคือ

๑. คืนอัลก็อดรฺนั้นเป็นคืนที่มีเกียรติและความดีงามมากหลาย มีคุณค่าเท่ากับหนึ่งพันเดือน มุญาฮิดกล่าวว่า การทำความดี การถือศีลอด และการละหมาดกลางคืนในวันนั้นดียิ่งกว่าหนึ่งพันเดือน

 ๒. ในคืนวันนั้นบรรดามะลาอิกะฮฺและญิบรอรีลจะลงมาบนหน้าแผ่นดินด้วยอนุมัติแห่งพระเจ้าของพวกเขาอันเนื่องจากกิจการทุกๆ สิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนด และลิขิตในปีนั้นจนกระทั่งปีต่อไป

๓. ในคืนวันนั้น ความศานติจะมีขึ้นตั้งแต่เริ่มของวันนั้นจนกระทั่งรุ่งอรุณ บรรดามะลาอิกะฮฺ จะขอความศานติให้แก่บรรดามุอฺมินให้พ้นจากความชั่วร้ายต่าง ๆ